เว็บข่าวสารแพทย์จีน

รอบรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีน ยาจีน ฝังเข็ม การนวดทุยหนา ในประเทศไทย

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
thaitcm.net

ยินหยางกับฤดูกาล

อ่านเพิ่มเติม...อ่านเพิ่มเติม...

สองวันนี้อากาศในภาคเหนือเข้าสู่ภาวะอากาศหนาว   อุณหภูมิในตัวเมืองลดลงถึง 11-13 องศา อาจเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่อากาศหนาวจัดถึงเพียงนี้      หลายคนบอกว่าตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนอยู่ก็เพิ่งมาเจออากาศหนาวจัดเหมือนกับสมัยนั้นในปีนี้

ในความรู้ทางแพทย์แผนแพทย์จีนนั้นได้บอกว่า  เมื่ออากาศหนาวจัดจนถึงที่สุดแล้วอากาศก็จะพลิกกลับมาอบอุ่น  หรือเมื่อภาวะยิน(หนาวเย็น) เกิดจนถึงขีดสุดแล้วก็จะกลับด้านกลายเป็นภาวะหยาง(ร้อน)   นั่นคือการเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูหนาวไปสู่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนตามวัฏจักรของฤดูกาลอีกครั้ง    ในธรรมชาติเราก็จะได้เห็นถึงการตอบสนองต่อการเปลี่ยนฤดูกาลนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือภาพที่ดอกท้อสีชมพูหรือสีแดงผลิออกมาท่ามกลางหิมะที่ยังปกคลุมผืนแผ่นดินอยู่   จนกลายเป็นภาพเขียนอันเลื่องชื่อของดินแดนประเทศจีนมาทุกยุคทุกสมัย

อ่านเพิ่มเติม...
 

เหลียวหน้าแลหลัง 30 ปี งานวิจัยแพทย์แผนจีน

การวิจัยเกี่ยวกับกลไกการรักษาโรคด้วยวิธีแทงเข็มมีความก้าวหน้าแต่งานวิจัยเกี่ยวกับเส้นลมปราณหยุดนิ่งอยู่กับที่

วารสาร Chinese journal of Integrated Traditional and Western Medicine ฉบับที่ 31 ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ได้ตีพิมพ์รายงานของหลี่ว์อ้ายผิงและคณะเกี่ยวกับการประมวลสรุปงานการวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับแพทย์แผนจีนไว้ในทุกๆ ด้าน   ซึ่งขอนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ด้านการฝังเข็ม

การวิจัยเกี่ยวกับกลไกของการฝังเข็ม    หลังจากปี ค.ศ.1980 เป็นต้นมา  คณะของอาจารย์หานจี้เซิงได้รับผลสำเร็จที่สำคัญในการวิจัยเกี่ยวกับกลไกของการแทงเข็มที่ทำให้เกิดการชา   ผลวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าสัญญาณจากการแทงเข็มจะถูกส่งผ่านไปยังระบบประสาทส่วนกลางในทุกระดับ   มีฤทธิ์กระตุ้นระบบควบคุมความรู้สึกเจ็บปวดต่างๆ ของร่างกาย เช่น ระบบ opioid peptide ทำให้เกิดบทบาทระงับปวด    นอกจากนั้นงานวิจัยเกี่ยวกับการระงับปวดในระดับไขสันหลัง    กลไกของการฝังเข็มในการรักษาภาวะช็อค  กลไกการรักษาภาวะชี่ของของกระเพาะทวนขึ้นโดยการแทงเข็มที่จุดจู๋ซันหลี่ เป็นต้น ก็มีการวิจัยกันอย่างแพร่หลาย  แสดงให้เห็นว่างานวิจัยเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ของการฝังเข็มได้รับผลสำเร็จอย่างมากมายใน 30 ปีที่ผ่านมา 

อ่านเพิ่มเติม...
 

สถาบันแพทย์ไทย-จีน จัดอบรมเภสัชตำรับยาจีน

อีเมล พิมพ์ PDF

            สถาบันการแพทย์ไทย-จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการ แพทย์แผนจีน ได้จัดทำโครงการ การจัดทำระบบข้อมูลสูตรตำรับยาจีนพื้นฐานที่ใช้บ่อยในการแพทย์ไทย-จีนโดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีน นักวิชาการด้านสมุนไพรจากคณะเภสัชศาสตร์หลายมหาวิทยาลัย  ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิด้านสมุนไพรไทย-จีนรวบรวมข้อมูลสูตรคำรับยาจีนที่ใช้บ่อยในการแพทย์ไทย-จีน แปลและเรียบเรียงจากตำราเก่าแก่ที่น่าเชื่อถือของการแพทย์แผนจีน  ได้จัดทำเป็นหนังสือชุดตำรับยาจีนที่ใช้บ่อยในประเทศไทย จำนวน ๓ เล่ม ๑๐๐ ตำรับยา  โดยใช้เวลาจัดทำในปี งบประมาณ ๒๕๔๙- ๒๕๕๓

          เพื่อให้การนำไปใช้ของตำรับยาจีนที่ใช้บ่อยเป็นไปอย่างถูกต้อง และได้ผลดีในการรักษา ผู้ป่วย สถาบันการแพทย์ไทย-จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน แพทย์แผนไทย จึงได้จัดทำโครงการ การใช้ตำรับยาจีนที่ใช้บ่อยในประเทศไทย ขึ้นโดยมีกำหนดการอบรม ๕ วันทำการ และได้เรียนเชิญคณะผู้ทรงคุณวุฒิที่เรียบเรียงหนังสือ ตำรับยาจีนที่ใช้บ่อยในประเทศไทย และแพทย์จีนผู้ทรงคุณวุฒิจากคลินิกหัวเฉียวไทย-จีน  แพทย์แผนไทย มาเป็นวิทยากรการอบรม

วัตถุประสงค์

          1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการเลือกใช้ตำรับยาจีนให้เหมาะกับสภาพผู้ป่วย

            2.เพื่อเป็นโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ตำรับยารักษาอาการโรคกับวิทยากร และผู้เข้าร่วมรับการอบรมด้วยกันเอง

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม

          แพทย์จีน แพทย์ฝังเข็ม และนักศึกษาแพทย์จีนที่สนใจ จำนวน  ๖๐ คน

ระยะเวลา และกำหนดการอบรม

          ใช้เวลาการอบรม ๕ วันทำการ  ระหว่างวันที่ ๑๑ ๑๕  มิถุนายน  ๒๕๕๕

สถานที่จัดการอบรม

          ห้องประชุม ชั้น ๘  อาคารแพทย์จีน  โรงพยาบาลหัวเฉียว  ถนนกรุงเกษม  เขตป้อมปราบ ฯ

ผู้สนใจติดต่อสมัครได้ที่สถาบันแพทย์ไทยจีน 

 

บททบทวนเภสัชตำรับยาจีน (10) โดยแพทย์จีนสุทธิศักดิ์-รุ่งรัตน์ ปวราธิสันต์

ในการทบทวนวิชาเภสัชตำรับยาจีนนั้นมีเทคนิคประการหนึ่งคือควรทบทวนบทที่อยู่ครึ่งหลังก่อน   เพราะปกติแล้วบทที่อยู่หน้าๆ มักจะเป็นบทที่ได้รับการอ่านหรือทบทวนไปในตัวอยู่ค่อนข้างบ่อย  แต่หากไปเสียเวลาที่บทแรกๆ มากเกินไปก็จะทำให้การจดจำบทหลังๆ ไม่มีเวลาเพียงพอ  ในที่นี้จึงขอแนะนำบทที่ 10 เป็นต้นไป

บทที่ 10  ตำรับยาปรับการไหลเวียนของชี่ 理气剂

1. ตำรับยาขับเคลื่อนชี่ 

ตำรับยานี้ใช้รักษาภาวะชี่ติดขัดหรือภาวะลมจุกเสียดในท้องหรือหน้าอก     ตามความรู้แพทย์แผนจีนจะแยกตามตำแหน่งได้เป็น  ชี่ของตับติดขัด ชี่ของม้ามและกระเพาะอาหารติดขัด  ชี่ในอกติดขัด

วิธีการจัดยาในตำรับ

1)      กรณีชี่ตับขัดใช้ยาที่มีฤทธิ์ขับระบายชี่ตับ เช่น เซียงฟู่ ไฉหู ชิงผี ยี่ว์จิน  ชวนเลี่ยนจื่อ เป็นต้น

2)      จากการที่เลือดถูกเก็บไว้ในตับ      เมื่อชี่ของตับติดขัดจึงทำให้การไหลเวียนของเลือดติดขัดเกิดภาวะเลือดคั่งตามไปด้วย อ่านเพิ่มเติม... ดังนั้นในตำรับยาจึงมักเข้ายาที่มีฤทธิ์ ช่วยการไหลเวียนของเลือดและสลายเลือดคั่ง   เช่น ชวนซง  หงฮวา เถาเหริน   ตัวอย่างของตำรับยาที่จัดตามวัตถุประสงค์ข้างต้น  ได้แก่ตำรับ เย่ว์จีว์หวาน  ที่มีเซียงฟู่ซึ่งเป็นยาขับระบายชี่ตับเป็นยาหลัก    และชวนซงซึ่งเป็นยาช่วยการไหลเวียนของเลือดเป็นยารอง 

3)      กรณีชี่ม้ามและกระเพาะอาหารติดขัด   จะใช้ยาที่มีฤทธิ์ ปรับช่วยการไหลเวียนของชี่ม้ามและกระเพาะอาหาร  เช่น  เฉินผี โห้โผ่  มู่เซียง ซาเหริน เป็นต้น  กรณีที่ม้ามและกระเพาะอาหารทำงานไม่ปกติ     จะเกิดการติดขัดจากความชื้น เสลดหรืออาหารไม่ย่อยร่วมด้วย     จึงมักเข้ายาที่มีฤทธิ์ขับชื้นสลายเสลด ช่วยย่อยบำรุงม้าม เช่น ป้านเซี่ย  ฝูหลิง ไหลฝูจื่อ     ตัวอย่างของตำรับยานี้ได้แก่ ป้านเซี่ยโห้โผ่ทาง    โดยมีโห้โผ่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนชี่   ป้านเซี่ยสลายเสลด  ฝูหลิงที่มีรสจืดมีฤทธิ์บำรุงม้ามขับชื้นมีหน้าที่ช่วยป้านเซี่ยในการสลายความชื้นและเสลด

4)      ชี่ติดขัดในอก กรณีนี้มักภาวะน้ำคั่งค้างสั่งสมจนกลาย เป็นเสลด  หยางชี่ในอกติดขัด หรือเลือดคั่งค้างร่วมด้วยเสมอ    ดังนั้นจึงใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำให้หยางเคลื่อนไหวคล่อง เช่น เซี่ยไป๋ กุ้ยจือ   ร่วมกับยาสลายเสลด เช่น ป้านเซี่ย หรือ ยาช่วยการไหลเวียนของเลือด เช่น ตานเซิน ตัวอย่างของตำรับยานี้ได้แก่ กวาโหล เซี่ยไป๋ไป๋จิ่วทาง  ซึ่งมีกวาโหลซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์ทั้งขับเคลื่อนชี่ทำให้อกโล่งและล้างเสลดสลายก้อนเป็นยาหลัก

อ่านเพิ่มเติม...
 

อันดับของมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ในประเทศจีน

อีเมล พิมพ์ PDF

 ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยสนใจไปเรียนทางการแพทย์ในประเทศจีนมากขึ้น     การเรียนแพทย์ในจีนไม่เพียงแต่มีการแพทย์แผนจีน  แต่ยังมีการแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ใช้กาษาอังกฤษในการเรียนการสอน (ชื่อย่อ M.B.B.S.)  ซึ่งเป็นหลักสูตรเทียบเคียงกับของประเทศสหราชอาณาจักร   เทียบเท่ากับ M.D, ที่เรารู้จักกันดีในประเทศไทยที่เป็นการเทียบเคียงหลักสูตรจากสหรัฐอเมริกา

อ่านเพิ่มเติม...
 


หน้า 1 จาก 4
ป้ายโฆษณา