สองวันนี้อากาศในภาคเหนือเข้าสู่ภาวะอากาศหนาว อุณหภูมิในตัวเมืองลดลงถึง 11-13 องศา อาจเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่อากาศหนาวจัดถึงเพียงนี้ หลายคนบอกว่าตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนอยู่ก็เพิ่งมาเจออากาศหนาวจัดเหมือนกับสมัยนั้นในปีนี้
ในความรู้ทางแพทย์แผนแพทย์จีนนั้นได้บอกว่า เมื่ออากาศหนาวจัดจนถึงที่สุดแล้วอากาศก็จะพลิกกลับมาอบอุ่น หรือเมื่อภาวะยิน(หนาวเย็น) เกิดจนถึงขีดสุดแล้วก็จะกลับด้านกลายเป็นภาวะหยาง(ร้อน) นั่นคือการเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูหนาวไปสู่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนตามวัฏจักรของฤดูกาลอีกครั้ง ในธรรมชาติเราก็จะได้เห็นถึงการตอบสนองต่อการเปลี่ยนฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือภาพที่ดอกท้อสีชมพูหรือสีแดงผลิออกมาท่ามกลางหิมะที่ยังปกคลุมผืนแผ่นดินอยู่ จนกลายเป็นภาพเขียนอันเลื่องชื่อของดินแดนประเทศจีนมาทุกยุคทุกสมัย
ในส่วนของชาวไร่ชาวนาในจีนก็จะเป็นที่ทราบกันดีว่าหากปีไหนอากาศหนาวถูกต้องตามฤดูกาลก็หมายความว่าการเพาะปลูกในปีต่อไปจะงอกงามและได้ผลผลิตดี แต่หากปีไหนอากาศไม่หนาว ในทางกลับกันกลับมีฟ้าร้องฝนตกแล้วละก็ก็จะคาดการณ์ได้เลยว่าผลผลิตในปีต่อไปจะต้องไม่ดีอย่างแน่นอน ประเด็นนี้หากมองจากแง่มุมทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันแล้วก็จะเข้าใจได้ว่า ในช่วงอากาศหนาวจัดนั้นพวกแมลงศัตรูพืชต่างๆ จะตายไปทำให้มารบกวนการเพาะปลูกในปีต่อไปได้น้อยลง หรือในทางการสาธรณสุขอย่างที่เราพอทราบจากข่าวสารมาบ้างแล้วว่า เมื่อโลกเข้าสู่ภาวะโลกร้อนมากขึ้นอุณหภูมิโดยเฉลี่ยในเมืองไทยสูงขึ้น อัตราการเกิดโรคไข้เลือดออกก็สูงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้เพราะอากาศร้อนทำให้ยุงลายแพร่พันธุ์ได้เร็วขึ้น
การผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนของฤดูกาลเช่นนี้ ทำให้เรามีความเข้าใจต่อความหมายของยินกับหยางได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความสัมพันธ์ที่ว่าด้านไหนเป็นตัวผลักดันและด้านไหนเป็นผลที่เกิดขึ้นหรือ 体用关系 โดยหยางเป็นตัวผลักดันหรือเป็นพลังงาน ส่วนยินเป็นสิ่งที่เป็นผลที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรมจากการผลักดันหรือการทำงานของหยางนั้น ดังจะเห็นได้จากเมื่อผ่านพ้นฤดูหนาวอากาศก็จะอบอุ่นขึ้นตามลำดับ เมื่ออากาศอบอุ่นขึ้นต้นไม้ใบหญ้าก็ตอนสนองต่อการเปลี่ยนแปลงโดยมีการผลิใบและเจริญเติบโตจนสามารถผลิดอกออกผลเพื่อการขยายพันธุ์ต่อไป ภาพของพืชพันธุ์ต้นไม้ต่างๆ ที่ผลิใบและเจริญแตกกิ่งก้านบานสะพรั่งนี้ก็คือการตอบสนองของยินที่กลายเป็นผลที่เป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นและผลักดันของพลังหยาง
ในการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งที่เป็นหลักในธรรมชาติเช่นนี้หยางจึงมีบทบาทนำส่วนยินเป็นฝ่ายตาม หยางชี่จึงมีความสำคัญมากเราจึงมักให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างหยางชี่ แต่หยางชี่จะเสริมสร้างได้อย่างไร ทางศาสตร์แพทย์จีนได้เน้นหนักที่การสะสมพลังหยางชี่เพื่อการนำมาใช้ใหม่ในรอบต่อไป เพราะการผลักดันหรือการใช้พลังงานต่างๆ ไม่อาจทำได้อย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีจำกัด จำเป็นต้องมีการพักเพื่อชดเชยและสะสมพลังใหม่ นี่จึงเป็นพื้นฐานให้กับหลักการเสริมสร้างสุขภาพ อีกทั้งยังสอดคล้องกับศาสตร์อื่นๆ ที่เน้นหนักการบำเพ็ญตนและการทำให้สงบนิ่งเช่นกัน



