เว็บข่าวสารแพทย์จีน

รอบรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีน ยาจีน ฝังเข็ม การนวดทุยหนา ในประเทศไทย

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home

ซางหานก็คือซางฉาง

เจาะลึกแพทย์จีน (2) ซางหานก็คือการสูญเสียการสะสมพลังหยางชี่ (ซางฉาง-伤藏)  

ในทฤษฎีแพทย์จีนยินและหยางมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นบ่อเกิดของการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทั้งมวล    แต่ความสัมพันธ์ระหว่างยินกับหยางเป็นอย่างไรกันแน่   คำตอบมิใช่อยู่เพียงวรรคไม่กี่วรรคในหนังสือทฤษฎีพื้นฐานที่เขียนไว้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างยินหยางคือการเป็นคู่ตรงข้ามที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน   แต่ก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่อาจแยกออกจากกันได้   ยินและหยางมีการเพิ่มและลดแต่ก็รักษาสมดุลไว้ตลอดเวลา   ยินหยางสามารถแปรเปลี่ยนสู่กันได้เมื่อมีปัจจัยพร้อม    

ยินกับหยางนั้นมีพื้นฐานมาจากการสังเกตการณ์ปรากฏตามธรรมชาติที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปในแต่ละรอบปี    โดยในครึ่งปีแรกของปฏิทินจันทรคติ(หมายถึงหลังจากตรุษจีน) อากาศจะเริ่มอบอุ่นขึ้นตามลำดับจนถึงร้อนจัดในฤดูร้อน  นี่คือเวลาที่หยางชี่ถูกปลดปล่อยออกมาจากน้อยไปถึงมาก     และเมื่อเวลาผ่านไปในครึ่งปีหลังอากาศก็จะเริ่มเย็นลงตามลำดับ    นั่นคือเวลาที่หยางชี่ถูกเก็บเข้าไปไว้     ภาวะที่หยางชี่ถูกเก็บเข้าไปนี้ก็คือ“ยิน” 

จากนี้จะเห็นได้ว่ายินหาใช่พลังอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ไม่    แท้จริงแล้วยินก็คือหยางที่หดตัวหรือถูกเก็บเข้าไว้นั่นเอง  หากไม่ทำความเข้าใจตรงนี้ก็จะสับสนว่าเหตุใดเมื่ออากาศหนาวจัดแล้วจึงเกิดหยางขึ้นมาแทนที่     ยิ่งหากถือตามทฤษฎีที่ว่ายินกับหยางเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน  เมื่อหยางเพิ่มยินก็ลดเมื่อหยางลดยินก็เพิ่มแต่เพียงอย่างเดียว     ก็จะเข้าใจว่าเมื่อ หยางลดลงมากๆ ก็ย่อมไม่มีหยางที่ไหนที่จะฟื้นคืนกลับมาในแต่ละรอบของวัฏจักรได้  

การสะสมพลังหยางชี่ (คือเวลาที่เป็นยิน) จึงจะทำให้สรรพสิ่งมีพลังอย่างมีชีวิตชีวาในวัฏจักรรอบต่อไปได้   ไม่ต้องอื่นไกลร่างกายของคนเราต้องมีการพักผ่อนในเวลากลางคืน   เมื่อตื่นขึ้นมาในวันใหม่เราจึงจะมีพลังทำงานไปอย่างกระฉับกระเฉงได้      ธรรมชาติก็เป็นเช่นนี้   ต้องมีฤดูที่ต้นไม้ทิ้งใบเพื่อสะสมพลังก่อนที่จะผลิใบ  ออกดอกออกผลสำหรับฤดูต่อไป      แต่หากการสะสมพลังนี้เสียหายไปจากสาเหตุหนึ่งก็ย่อมทำให้ชีวิตในปีต่อไปดำเนินไปไม่ปกติ   เช่นหากปีไหนเมื่อถึงฤดูหนาวแล้วอากาศไม่หนาวจัด ไม่มีน้ำค้างแข็ง  ชาวนาชาวไร่ก็คาดการณ์ได้ว่าผลผลิตในปีต่อไปจะไม่อุดมสมบูรณ์อย่างแน่นอน

สำหรับร่างกายมนุษย์ก็เช่นกัน   ซางหานก็คือการสูญเสียการสะสมพลังหยางชี่   ดังนั้นโรคที่สังกัดซางหานจึงมีหลายกลุ่ม ในสมัยก่อนจัดไว้เป็น 5 กลุ่มใหญ่   แต่ในปัจจุบันหากจะจัดกันจริงๆ ย่อมมีโรคมากมายที่สังกัดซางหานนี้

ความสำคัญของการเก็บรักษาหยางชี่นี้ ยังมีส่วนสำคัญต่อการบำเพ็ญเพียร    ดังจะเห็นได้ว่าไม่ว่านักปฏิบัติสายไหนล้วนแต่เน้นถึงการบำเพ็ญเพียรด้วยความสงบนิ่ง    อย่างเช่นการบำเพ็ญตนของลัทธิเต๋า   การวิปัสสนากรรมฐานของพุทธ ฯลฯ เป็นต้น   ซึ่งได้เน้นที่ความสงบนิ่งเป็นสำคัญ    และผลของการบำเพ็ญเพียงนี้ได้ทำให้ผู้ปฏิบัติมีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาว  

ส่วนในสัตว์หลายชนิดก็ได้มีการตอบสนองตามธรรมชาติต่อการเก็บรักษาหยางชี่   ดังเช่นสัตว์ที่มีการจำศีลในฤดูหนาว  และจะพบว่าสัตว์ที่จำศีลนานและเคลื่อนไหวเชื่องช้าเช่นเต่าจึงได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืน

เมื่อเราเข้าใจตรงนี้ได้  ก็จะทำให้ความเข้าใจทางทฤษฎีที่สำคัญๆ ตกไปได้หลายเปลาะ   และจะทำให้เราศึกษาทฤษฎีได้อย่างเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะอย่างคือต่อการศึกษาคัมภีร์ซางหานลุ่น

 

 
ป้ายโฆษณา