เว็บข่าวสารแพทย์จีน

รอบรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีน ยาจีน ฝังเข็ม การนวดทุยหนา ในประเทศไทย

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home Articles การรักษาภาวะลำไส้แปรปรวนโดยแพทย์แผนจีน

การรักษาภาวะลำไส้แปรปรวนโดยแพทย์แผนจีน

ภาวะลำไส้แปรปรวนหรือ IBS เป็นภาวะโรคกระเพาะลำไส้ที่พบบ่อยโรคหนึ่ง    มีอาการสำคัญคือปวดท้อง แน่นท้อง ร่วมกับความผิดปกติในการขับถ่ายอุจจาระ   เช่นท้องผูกหรือถ่ายเหลว  อาจถ่ายมีมูกปนหรือถ่ายไม่สุด อาการดังกล่าวอาจเกิดติดต่อกันหรือเกิดเป็นพักๆ  แต่ในการตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้ไม่พบว่ามีความผิดปกติใดๆ  คนไข้มักสัญจรไปรักษามาหลายแห่ง   การได้รับยาช่วยย่อยหรือยาคลายการหดเกร็งของกระเพาะลำไส้ทำให้อาการบรรเทาลงบ้าง   แต่ก็ไม่หายขาดและกลับเป็นขึ้นมาอีกเป็นประจำ

ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเรื้อรังหรือเป็นๆ หายๆ  จึงส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานของผู้ป่วย   มีอัตราการเกิดโรคสูงถึง 1 ใน 3 ของโรคทางเดินอาหาร       สาเหตุของภาวะโรคเห็นว่าเกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน  ที่สำคัญได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม  ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมและปัจจัยทางด้านจิตใจ   แต่ไม่ใช่ความผิดปกติของเนื้อเยื่อและอวัยวะ

ภาวะโรคนี้มีความสอดคล้องกับการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนมาก  เพราะศาสตร์แพทย์จีนอธิบายว่าระบบการทำงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการย่อยดูดซึมและลำเลียงน้ำและอาหาร    ได้แก่ ม้ามและตับมีความเกี่ยวพันกับอารมณ์หมกมุ่นครุ่นคิดวิตกกังวลและอารมณ์หงุดหงิดโมโหง่าย    ซึ่งอารมณ์ดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับภาวะลำไส้แปรปรวน

อาการสำคัญ    ได้แก่อาการปวดท้อง   ซึ่งลักษณะและระดับของการปวดจะแตกต่างกันออกไปในผู้ป่วยแต่ละราย   สาเหตุของการปวดท้องมาจากลำไส้เกิดการหดเกร็ง    โดยมักปวดที่ส่วนล่างของท้องโดยเฉพาะทางด้านซ้าย   ส่วนการปวดที่ทางด้านขวาหรือบริเวณรอบสะดือพบบ้างแต่ไม่มากนัก    ผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อได้ถ่ายอุจจาระออกแล้วจะรู้สึกสบายขึ้น     อาการปวดท้องนี้จะไม่ค่อยพบระหว่างนอนหลับ   แต่มักเกิดขึ้นเมื่อมีภาวะเครียดหรือวิตกกังวล    ภาวะดังกล่าวข้างต้นทางแพทย์จีนเห็นว่าเกิดจากม้ามกับตับทำงานไม่ประสานกัน  จึงทำให้การเคลื่อนของชี่ขึ้นลงเกิดความผิดปกติ  ชี่จึงไหลไม่คล่องเกิดการติดค้าง   เมื่อชี่ไหลไม่คล่องก็ทำให้เกิดความเจ็บปวด      หากชี่ติดค้างเป็นเวลานานจะเกิดการคั่งของเลือด    ทำให้คลำที่ท้องพบก้อนรูปคล้ายลำไส้  กดเจ็บและมีตำแหน่งอยู่กับที่

อาการอื่นที่มักพบด้วยได้แก่ การขับถ่ายอุจจาระผิดปกติ  ซึ่งพบได้ทั้งท้องผูกและท้องเสียหรือถ่ายเหลว    โดยหากชี่ติดค้างจะทำให้ลำไส้ไม่เคลื่อนไหวจึงขับถ่ายออกยาก      ยิ่งภาวะชี่ติดค้างยังทำให้เกิดไฟร้อนขึ้นก็จะยิ่งทำให้สูญเสียน้ำ   อุจจาระจึงแข็งและยิ่งถ่ายออกยาก     ภาวะชี่ติดค้างจะมีอาการท้องอืด ปวดท้องอยากถ่ายเป็นพักๆ ร่วมด้วย     ส่วนในกรณีท้องเสียหรือถ่ายเหลวแพทย์จีนเห็นว่าเกิดจากการทำหน้าที่ลำเลียงน้ำของม้ามไม่ดี    น้ำเกิดการคั่งค้างสะสมทำให้ร่างกายเกิดภาวะชื้น    และหากถูกพิษร้อนชื้นแทรกก็จะทำให้ถ่ายอุจจาระมีมูกปน    โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีธาตุม้ามอ่อนแออยู่แล้วจะถ่ายอุจจาระเหลววันละหลายๆ ครั้ง      ภาวะลำไส้แปรปรวนนี้หากป่วยเป็นเวลานานๆ  ก็จะส่งผลต่อระบบไต    ทำให้หยางของไตพร่องร่วมกับหยางของม้ามพร่องแต่จะไม่พบอาหารไม่ย่อยปนอยู่ในอุจจาระสำหรับกรณีนี้

ประสบการณ์ในการรักษา    ภาวะลำไส้แปรปรวนนี้มีตำรับยาที่ใช้ได้หลายสูตร    แต่จากประสบการณ์ของอาจารย์หลาวเส้าเสียนจากมหาวิทยาลัยแพทย์จีนกวางเจาเห็นว่า    จากกลไกทางพยาธิสภาพของโรคที่เกิดจากระบบของม้ามและตับทำงานผิดปกติ ทำให้ชี่ติดค้างเป็นหลัก      ในคนที่ธาตุม้ามอ่อนแออยู่แล้วก็มักจะมีภาวะม้ามพร่องร่วมอยู่ด้วย   หลักการรักษาจึงใช้วิธี “ระบายชี่ของตับ   ปรับปรุงการทำงานของม้าม   ปรับปรุงการไหลเวียนของชี่ให้ไม่ติดขัด”    โดยตำรับรักษาที่เหมาะสมที่สุด ได้แก่ ท่งเซี่ยเย่าฟาง 通泻药方     แล้วปรับเพิ่มและลดยาตามสภาวะของโรค  

ตำรับทงเซี่ยเย่าฟาง   ประกอบด้วยยาหลัก 4 ตัว ได้แก่ ไป๋จู๋ ไป๋เสา  เฉินผี ฝางเฟิง  ซึ่งมีสรรพคุณระบายตับบำรุงม้าม   โดยมีประสบการณ์ในการใช้ยาดังกล่าวดังต่อไปนี้

ไป๋จู๋ เป็นยาหลัก    จากการศึกษาของอาจารย์หลาวเส้าเสียนย้อนหลังไป 10 ปี พบว่าในตำรับรักษากลุ่มอาการของภาวะลำไส้แปรปรวนซึ่งมักจะแยกเป็น 5 กลุ่มนี้  จะมีไป๋จู๋ประกอบอยู่ในทุกตำรับหรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 100    ในขณะที่ไป๋เสามีการใช้ในอัตราร้อยละ 70   เฉินผีร้อยละ 50 และฝางเฟิงร้อยละ 35.6   จึงเห็นได้ว่าไม่ว่ากลุ่มอาการทางแกร่งหรือพร่องของภาวะโรคนี้สามารถใช้ไป๋จู๋ได้ทั้งสิ้น

ไป๋จู๋มีสรรพคุณรักษาภาวะม้ามพร่องชี่ของตับติดติดค้าง   แก้ภาวะชื้นในร่างกายและช่วยการทำหน้าที่ลำเลียงของม้าม    แต่การใช้ควรคำนึงถึงปริมาณ   เพราะปริมาณที่ต่างกันจะให้ผลการรักษาที่ต่างกัน    โดยไป๋จู๋ในปริมาณ 10-18 กรัมจะใช้รักษาอาการถ่ายเหลวเนื่องจากม้ามทำหน้าที่ลำเลียงได้ไม่ดี    แต่หากชี่ของม้ามพร่องทำให้ถ่ายไม่คล่องให้เพิ่มปริมาณไปถึง 30 กรัม       ทั้งนี้มีงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่พบว่าไป๋จู๋มีฤทธิ์ทั้งกระตุ้นและระงับการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กในสัตว์ทดลอง   ซึ่งฤทธิ์ที่แสดงออกในสองด้านนี้คงจะมีความเกี่ยวข้องกับปริมาณการใช้ไป๋จู๋ดังข้างต้น

ไป๋เสามีฤทธิ์ผ่อนคลายระงับปวด   เนื่องจากภาวะลำไส้แปรปรวนมีอาการปวดท้องเป็นสำคัญจึงควรใช้ในไป๋เสาในปริมาณมากถึง 15-20 กรัม    โดยใช้ร่วมกับกานเฉ่า  ได้เป็นตำรับพื้นฐานเสาเย่ากานเฉ่าทางซึ่งเป็นตำรับมาตรฐานในการรักษาอาการปวดท้อง    ในกรณีนี้ควรใช้ชื่อเสามากกว่าไป๋เสา   เพราะชื่อเสามีสารออกฤทธิ์ที่มีผลคลายการหดเกร็งของลำไส้ระงับปวดมากกว่าไป๋เสา     โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ลำไส้หดเกร็งจนคลำพบก้อนที่ท้องซึ่งทางแพทย์จีนถือว่าเกิดภาวะเลือดคั่งขึ้น (ในกรณีภาวะเลือดคั่งจึงใช้ชื่อเสาแทนไป๋เสา)     อย่างไรก็ดีเนื่องจากไป๋เสาและชื่อเสาเป็นยารสเปรี้ยวและเป็นยาเย็น    หากใช้ในปริมาณสูงจะระบายท้อง    ดังนั้นในผู้ที่มีอาการถ่ายเหลวร่วมด้วยจึงควรควบคุมปริมาณโดยให้ใช้ในปริมาณที่ต่ำกว่าไป๋จู๋

ฝางเฟิง  ในกรณีนี้ใช้ฤทธิ์ของฝางเฟิงในการทำให้ชี่ของตับและม้ามไหลคล่อง  รักษาภาวะชื้น    ส่วนเฉินผีมีฤทธิ์ปรับปรุงการไหลเวียนของชี่และทำให้แห้ง     จากการวิจัยพบว่าฝางเฟิงมีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้  ในขณะที่เฉินผีมีฤทธิ์ในการระงับ    แต่ทั้งสองตัวสามารถคลายกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้จึงใช้มาระงับปวด  

การปรับเพิ่มและลดยา

  • เพื่อเสริมทั้งฤทธิ์และความเร็วในการระงับปวด  ให้เพิ่มยาที่มีฤทธิ์ปรับปรุงการไหลเวียนของชี่ เช่น เหยียนหูโส่ว  อูเย่า ขมิ้น
  • หากอาการปวดท้องมีตำแหน่งคงที่แสดงว่าเกิดภาวะเลือดคั่งขึ้น  ให้ใช้ยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นเลือดแก้เลือดคั่ง เช่น เถาเหริน  หมู่ตานผี  เมาจวาเฉ่า
  • หากปวดแน่นบริเวณชายโครงแสดงว่ามีภาวะชี่ของตับติดค้าง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีปัจจัยทางอารมณ์และจิตใจกระตุ้นทำให้เกิดโรคหรือมีอาการหนักขึ้น   ให้ใช้ยาที่มีฤทธิ์ระบายชี่ของตับ เช่น ไฉหู ยี่จิน เหอฮวนผี
  • หากมีอาการถ่ายเป็นมูกปน ถ่ายแล้วอยากถ่ายอีก แสดงว่าถูกพิษร้อนชื้นแทรก  ให้ใช้ตำรับรักษาร้อนชื้นเช่น เซียงเหลียนหวาน
  • หากมีอาการท้องเสีย และฝ้าลิ้นหนาเขรอะ  แสดงว่าภาวะชื้นหนัก  ให้เพิ่มใช้ยาตำรับผิงเว่ยส่าน
  • หากมีอาการถ่ายเหลว ท้องเสียมาก  ร่างกายอ่อนเพลียแสดงว่ามีภาวะม้ามพร่อง ให้เพิ่มยาบำรุงม้าม เช่น ต่างเซิน
  • หากท้องเสียเรื้อรัง  ให้เพิ่มยาสมานลำไส้ เช่น เฮอจื่อ  สือหลิวผี
  • หากอุจจาระจับแข็งเป็นก้อน ถ่ายลำบาก  ให้เพิ่ม จื่อสือ โห้โผ่ ปิงหลัง เสวียนเซิน จือหมู่ เพื่อช่วยระบายอุจจาระเป็นต้น

ที่มา

หลาวเส้าเสียน   New Journal of Traditional Chinese Medicine  No 11 Vol 32, Nov 2000

 

 

 

 
ป้ายโฆษณา